ชาร์ลส์ เฮนรี ดาวน์ จากลูกชาวนาสู่ผู้คิดค้นดัชนีดาวโจนส์

  

ชาร์ลส์ เฮนรี ดาวน์ จากลูกชาวนากำพร้าพ่อสู่ผู้ก่อตั้ง Dow Jones และThe Wall Street Journal ที่สำคัญยังเป็นบิดาของทฤษฎีดาวโจนส์ ผู้วางรากฐานสำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิคในการทำนายการขึ้นลงของตลาดที่ยังคงยืดถือมาจนถึงทุกวันนี้ แต่เส้นทางชีวิตของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แล้วอะไรทำให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิต

ชาร์ลส์ เฮนรี ดาวน์ เป็นนักเขียนข่าวชาวอเมริกัน เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ปี 1851 ในครอบครัวชาวนาที่เมืองสเตอร์ลิง รัฐคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา พออายุได้ 6 ขวบพ่อก็เสียชีวิต ทำให้ไม่ได้รับการศึกษาสูงมากนัก แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็เชื่อว่า ชีวิตไม่ได้แย่เสมอไป

เมื่อโตเป็นหนุ่มเขาได้ทำงานในตำแหน่งผู้สื่อข่าวให้กับหนังสือพิมพ์ Springfield Daily Republican ตอนอายุ 21 ที่นั่นทำให้เขาพบกับ ซามูเอล โบว์ลส์ ผู้ที่ถือว่าเป็นครูคนแรกที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้กับเขา และเมื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์อยู่ 3 ปี เขาก็ย้ายมายังหนังสือพิมพ์ Providence Star และ Providence Evening Press

ก่อนจะถูกบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ Providence Journal ชวนมาทำงานในตำแหน่งคนเขียนข่าวธุรกิจ และนี่คือจุดเปลี่ยนของชีวิต เพราะเขาได้นำข่าวธุรกิจที่ดูน่าเบื่อมาเรียบเรียงใหม่ให้กระชับ สนุก เข้าใจง่าย พร้อมกับวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจอีกด้วย จนเริ่มได้รับความนิยมจากผู้อ่าน เพราะเขาสามารถทำให้คนที่ไม่ชอบอ่านข่าวธุรกิจหันมาอ่านข่าวเหล่านี้ได้

เมื่องานดี ฝีมือเด่น ดาวน์ ก็ได้รับเกียรติจากบรรณาธิการ Providence Journal ให้ทำงานชิ้นใหญ่ นั่นคือการติดตามคณะธนาคารที่กำลังเดินทางไปดูงานเหมืองเงิน ในเมืองลีดวิลล์ รัฐโคโลราโด ซึ่งนายธนาคารกลุ่มนี้ต้องการประชาสัมพันธ์เพื่อดึงดูดพวกนักลงทุน และการเดินทางเพียงสี่วันนี้แหละครับ ที่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

อาจด้วยนิสัยที่เขาเป็นคนยึดมั่นในหลักความจริงหรือความถูกต้อง มันทำให้นักธุรกิจน้อยใหญ่และกลุ่มคณะธนาคารชื่นชอบเขา ดาวน์จึงมีโอกาสได้สัมภาษณ์คนกลุ่มนี้ และเริ่มจับจุดว่าอะไรคือสิ่งที่พวกนักลงทุนในวอลล์สตรีทต้องการ

ภาพเหมือง ณ เทือกเขาร็อกกี้

เมื่อกลับมาถึงสำนักพิมพ์ สิ่งที่เขาต้องทำคือ การเขียนข่าว แต่ดาวน์ไม่ทำแบบนั้น เขากลับเขียนบันทึกการเดินทาง พร้อมทั้งบรรยายภาพความยิ่งใหญ่ของเทือกเขาร็อกกี้ บริษัทเหมืองแร่ และบรรยากาศในเมือง ที่มีทั้งบาร์เหล้า ร้านพนัน และ ลานเต้นรำ ภายใต้ชื่อ  “Leadville Letters”  เมื่อคอลัมน์ของเขาปล่อยออกไป มันได้รับความนิยมจากผู้อ่านอย่างมาก เพราะมันแทบจะไม่ใช่คอลัมน์ธุรกิจ แต่มันเป็นเหมือนไดอารี่ของนักลงทุน

ซึ่งสาเหตุที่เขาเขียนแบบนี้ เพราะเขารู้ดีว่านักลงทุนต้องการอะไร เขานำเสนอข้อมูลกำไรขาดทุนของเหมืองแร่ลงไป พลางบอกว่าธุรกิจนี้ทำให้คนเป็นเศรษฐีหรือขาดทุนได้ในพริบตา พร้อมทั้งปิดท้ายด้วยคำเตือนว่า “ธุรกิจการทำเหมืองแร่ไม่เหมาะสำหรับทุกคน มันเหมาะสำหรับนักธุรกิจที่กล้าได้กล้าเสียยอมรับความเสี่ยงได้ เพื่อแลกกับโอกาสทำเงินมหาศาล และไม่มีการลงทุนไหนที่น่าหวาดเสียวเท่าการลงทุนในหุ้นเหมืองแร่อีกแล้ว”

จากนั้นเขาก็ลาออกและมาทำงานกับสำนักข่าวการเงิน Kiernan Wall Street ที่นิวยอร์ก เขาทำหน้าที่กระจายข่าวการเงินให้กับธนาคารและโบรกเกอร์ ทำให้ดาวไปเชิญตัว เอ็ดเวิร์ด เดวิส โจนส์ นักข่าวมากฝีมือ ที่จะเข้ามามีบทบาทในแนวคิดและหลักการทำงาน

ดาวน์และโจนส์สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว อาจด้วยทัศนคติของการเป็นคนข่าวที่ยึดมั่นรายงานความจริงโดยปราศจากอคติ ต่างจากสำนักพิมพ์อื่นที่แอบเขียนข่าวเพื่อปั่นหุ้นตามใบสั่ง และจุดนี้เองที่ทำให้ดาวน์เห็นว่า ตอนนี้สิ่งที่วอลล์สตรีทต้องการมากที่สุดคือสำนักข่าวการเงินน้ำดี แต่ตอนนี้มันยังไม่มี ดาวน์และโจนส์จึงจับมือกันสร้างสำนักข่าวตามอุดมคติขึ้นมาในชื่อว่า บริษัท Dow Jones Company ในปี 1882

ปี 1883 ดาวน์ก็ทำข่าวสรุปการเงินโดยมีความยาวขนาดสองหน้า ที่ชื่อว่า Customers’ Afternoon Letter ซึ่งได้เสียงตอบรับดีมาก มีผู้สมัครสมาชิกกว่า 1,000 ราย มันได้กลายเป็นข้อมูลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนเป็นอย่างมาก 

ต่อมา ปี 1889 พวกเขาและ ได้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal  ซึ่งดาวน์มีส่วนกำหนดทิศทางตลาดหุ้นว่าพรุ่งนี้จะขึ้นหรือลงและครอบคลุมข่าวเศรษฐกิจในประเทศ ก่อนที่ชื่อเสียงของพวกเขาจะเริ่มโด่งดั่งจากการยึดมั่นถือมั่นในอุดมการณ์

เพราะทั้งคู่ยึดหลักความจริง ไม่ยอมรับเงินจากบริษัทในตลาดหุ้นให้เขียนข่าวเพื่อปั่นราคาหุ้น เขานำเสนองบกำไรขาดทุน และข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา และมันก็ทำให้ The Wall Street Journal กลายเป็นสื่อทรงอิทธิพลทางด้านธุรกิจ โดยดาวน์มีความเชื่อมั่นว่า “ข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจควรเป็นอาวุธที่พวกเราทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ไม่จำกัดเพียงแค่โบรกเกอร์หรือนักธุรกิจใหญ่เท่านั้น”

ในช่วงปี 1890 ธุรกิจต่าง ๆ มีการควบรวมกิจการเกิดขึ้นมากมาย ทำให้บริษัทจำนวนมากต้องการข้อมูลธุรกิจ ดังนั้นในปี 1894 ดาวจึงได้คิดค้น “ดัชนีดาวโจนส์ขนส่ง” ขึ้นมา และต่อมาในปี 1896 เขาคิดค้นสิ่งที่เรียกว่า “ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์”  โดยการติดตามราคาปิดตลาดของหุ้นจาก 12 บริษัทใหญ่ แล้วนำมาบวกกับราคาหุ้นของบริษัทเหล่านั้น จากนั้นก็หารด้วย 12 จึงทำให้เขาพบค่าเฉลี่ยจนดัชนีนี้กลายเป็นหนึ่งในตัวกำหนดทิศทางตลาดทุนโดยรวมของสหรัฐฯ ปัจจุบันดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มจากการรวมราคาของหุ้น 12 หุ้น เป็น 30 หุ้น และคำนวณโดยหารด้วย Divisor Dow ตัวเลขที่มีไว้เพื่อความถูกต้องแม่นยำของดัชนี

ในปี 1898 ดาวน์ยังได้เพิ่มคอลัมน์บรรณาธิการที่เรียกว่า “Review and Outlook” และ “Answers to Inquirers” โดยให้ผู้อ่านได้ส่งคำถามเกี่ยวกับการลงทุน จากนั้นชาร์ลส์ เฮนรี ดาวน์ ก็เกษียณในปี 1899 และเสียชีวิตลงในวันที่ 4 ธันวาคม ปี 1902 ด้วยวัย 51 ปี

ทฤษฏีดาว จึงถือเป็นทฤษฏีที่ใช้อธิบายพฤติกรรมของตลาดหุ้น เพื่อหาจุดเริ่มต้นของแนวโน้มหรือเพื่อค้นหาการเคลื่อนไหวของทิศทางตลาดจนเกิดแนวโน้มใหม่ ซึ่งประกอบด้วยแนวโน้มขาขึ้นและแนวโน้มขาลงที่เรายังคงใช้ในการวิเคราะห์มาถึงปัจจุบัน

เรื่องราวของเขาพอจะสอนเราได้ว่า คนเราควรจะซื่อตรงต่องาน เขาไม่เคยรับสินบนจากบริษัทต่าง ๆ ให้เขียนข่าวอวยผลประกบการของบริษัท แต่เขากลับรายงานข่าวตามความเป็นจริงอันเป็นหมุดหมายสำคัญจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต เช่นเดียวกับเทรดเดอร์ Forex จงมั่นใจในตัวเอง ศึกษาทุกครั้งก่อนการลงทุน เพราะไม่มีอะไรได้มาง่าย ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่คุณเองเหมือนกับเรื่องราวของชาลส์ เฮนรี่ ดาวน์

อยากลงทุน Forex แต่ไม่มั่นใจ เราพร้อมให้

คำปรึกษาฟรี

สนใจบริการ(Required)
อยากลงทุน Forex แต่ไม่มั่นใจ เราพร้อมให้

คำปรึกษาฟรี

สนใจบริการ(Required)

Trade Your Way And Stay Together

เปิดบัญชีได้ง่าย และรวดเร็ว

  • ลงทะเบียน

    เลือกประเภทบัญชี แล้วส่งใบสมัครของคุณ

  • เงินทุน

    ฝากเงินทุนเข้าบัญชีของคุณโดยใช้ช่องทางการฝากเงินได้หลากหลายช่องทาง

  • การซื้อขาย

    เข้าถึงตราสารมากกว่า 300+ CFD รายการจากสินทรัพย์ทุกประเภทบน MT4/MT5

การเปิดบัญชีซื้อขาย Forex และ CFD เป็นเรื่องง่าย
ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งการซื้อขาย!
เปิดบัญชีซื้อขายจริง